Lifestyle,  Travel

ขับรถชนกวางที่ฮอกไกโด

ที่มา : Hokkaido Regional Development Bureau website

ขับรถมาตั้งหลายปี ไม่เคยชนสัตว์เลยตั้งแต่อยู่ที่ไทย แต่ใครจะไปนึกหละ จะได้ประสบการณ์ขับรถชนสัตว์ครั้งแรกที่ฮอกไกโดนี่แหละ แถมสัตว์ที่ชนก็คือกวางด้วย เล่นเอาช้อคไปเล็ก ๆ เพราะแอบเสียใจที่ทำน้องกวางเจ็บตัว และทำรถสาบุบเสียค่าซ่อมอลังการ

สาจะคอยเตือนตลอดเวลาขับรถที่ต้องผ่านช่วงถนนที่สองข้างทางเป็นป่า ว่าให้คอยระวังกวางว่ามันจะโผล่มาข้างทางแล้วพุ่งมาชนกับรถ ก็ได้แต่บอกสาไปว่าไม่หรอก และก็คิดในใจว่า กวางมันจะพุ่งออกมาไม่ดูรถเลยเหรอไงกันนะ 

นางคอยเตือนเสมอ เพราะนางมีประสบการณ์ชนกับกวางมาแล้วที่ถนนเข้าบ้านนี่เองหละ จนเกือบทำรถตกข้างทาง เราเองนี่สิตั้งแต่มาอาศัยอยู่ที่ฮอกไกโด ไม่เคยขับรถชนอะไรเลยก็เลยชะล่าใจ คิดว่ามันคงไม่เจอง่าย ๆ หรอก กวางนะไม่ใช่สุนัขที่หาเจอได้ง่าย ๆ ตามข้างถนนอย่างประเทศไทย ที่นี่ญี่ปุ่นนะไม่มีสุนัขจร แต่ฮอกไกโดมีกวางเยอะกว่าสุนัขอีก

กราฟแสดงอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากกวางในฮอกไกโดต่อปี

ฮอกไกโด มีอุบัติเหตุการขับรถชนกวางสูงมาก และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในเดือน ต.ค. และ พ.ย. โดยจากอัตราการเกิดอุบัติเหตุรถชนทั้งหมด มีถึง 40% ที่สาเหตุเกิดจากกวาง

เปรียบเทียบความสูงของกวางกับคนและรถ

ดังนั้นในการขับรถท่องเที่ยวฮอกไกโดนั้น การระมัดระวังสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่ต้องระวังมาก นอกจากกวางยังมีสุนัขจิ้งจอก และหมี แต่สองอย่างหลังนี่โอกาสจะเจอน้อยกว่า  ต่างกับกวางที่เจอได้บ่อยกว่ามาก และเพราะกวางที่ฮอกไกโดนี้ตัวใหญ่มาก ตัวโตเต็มวัยสามารถหนักได้เกินกว่า 100 โล และสูงตั้งแต่ 90-190 ซม. เลยเชียวหละ ชนทีนึงรถพังหรือถึงตายก็หลายเคส

สำหรับนักท่องเที่ยวการเกิดอุบัติเหตุระหว่างขับรถเที่ยวก็คงทำให้ทริปหมดสนุก แถมถ้ายังเป็นรถเช่าด้วยนี่คงปวดหัวกันน่าดู ดังนั้นการระมัดระวังในการขับรถเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด 

วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำวิธีการสังเกตและการขับรถเที่ยวในฮอกไกโด เพื่อหลีกเลี่ยงการชนน้องกวางกันค่ะ เพราะเราก็คงไม่อยากทำร้ายน้องกวางให้เจ็บตัวกันหรอกเนอะ (กวางที่ฮอกไกโด จะเรียกว่า เอะโซะ ชิกะ ezo deer) 

ฤดูที่จะสามารถพบเจอกวางได้มีสองช่วง คือ 

        เดือน เม.ย. – มิ.ย. จะเป็นช่วงที่กวางจะลงมายังเชิงเขาเพื่อหาอาหาร นอกถิ่นที่อยู่อาศัย

        เดือน ต.ค. – มี.ค. จะพบได้ตามถนนที่ผ่านป่าเขา และแหล่งอยู่อาศัยประจำของกวาง โดยเฉพาะเดือน ต.ค. – พ.ย. เป็นช่วงพีคของอุบัติเหตุเลยค่ะ นี่ก็ชนเดือน ต.ค. นี่หละค่ะ เพราะเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์และย้ายถิ่นฐาน น้องกวางจึงจะแอคทีฟช่วงสองเดือนนี้เป็นพิเศษ

กวางชอบเดินข้ามถนนช่วงเช้าและเย็น

ช่วงเวลาที่มีโอกาสจะพบเจอได้บ่อยก็ช่วงเช้า 4.00 – 6.00 และช่วงเย็น 16.00 – 20.00  เพราะในฤดูใบไม้ร่วง สัก 4 โมงเย็นที่นี่ก็มืดแล้วค่ะ ช่วงเวลากลางวันจะสั้นมากในหน้าหนาว

แผนที่แสดงจุดที่มีอุบัติเหตุ สาเหตุจากกวางในฮอกไกโด

แถบที่มีโอกาสประสบพบเจอกับน้องกวางสูงนั้น ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ทางตะวันออกของทางฮอกไกโด แถบ Tokachi, Kushiro, Nemuro, Abashiri

ซึ่งบ้านอิชั้นนั้นก็อยู่ในแถบโซนด้านนี้เช่นกันค่า เอาง่าย ๆ บางวันน้องกวางมาทักทายอรุณสวัสดิ์กันถึงบ้านให้เห็นแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว มาทีมากันเป็นครอบครัวนะ แต่พอจะย่องไปถ่ายรูป นางก็วิ่งหนีไปก่อนเสียทุกครั้ง เลยได้แต่แชะภาพอยู่ไกล ๆ 

วิธีสังเกตเวลาขับรถเลยก็คือ 

ตาของกวางจะสะท้อนกับแสงไฟหน้ารถ

1. ตาของกวางจะสะท้อนแสงไฟรถ – ดังนั้นในการขับรถเวลาค่ำ ควรเปิดไฟสูงค่ะ เพื่อให้แสงไฟกระทบกับตาน้องกวาง นี่ขับเปิดไฟต่ำ เลยไม่เห็นค่ะเห็นขาแวบ ๆ แล้วก็ตู้มเลย

กวางจะงุ่มงามเวลาเดินบนพื้นถนน

2. กวางเป็นสัตว์ที่เดาไม่ได้ว่าจะทำอะไรเมื่อเจอรถ – น้องอาจจะหยุดอยู่กับที่ด้วยความตกใจ หรืออาจะวิ่งหนึไปอีกทาง หรือที่แย่สุดคือวิ่งพุ่งเข้าหารถซะงั้นก็มี และมันเดินบนถนนคอนกรีตไม่เก่ง ต่างกับในพื้นป่า

กวางมักจะมาเป็นฝูง เมื่อเจอตัวนึงให้ระวังไว้เลยว่าจะมีมาอีกสองสามตัว

3. กวางมักมาเป็นฝูง – ถ้าเราเจอกวางวิ่งตัดหน้ารถไปตัวหนึ่งแล้ว ควรรีบชะลอรถให้มากที่สุด เพราะอาจจะมีกวางตัวอื่น ๆ ตามมาอีก เพราะกวางส่วนใหญ่จะอยู่กันเป็นครอบครัวค่ะ

ที่มา : https://www.publicdomainpictures.net/en/view-image.php?image=89107&picture=deer-crossing-sign

4. เมื่อเจอป้ายให้ระวังกวาง – อย่าชะล่าใจค่ะให้ขับด้วยความระมัดระวัง เพราะแสดงว่าแถบบริเวณนั้น เป็นถิ่นที่อยู่ของกวางและมีโอกาสจะเจอน้องกวางได้ค่อนข้างสูง

5. ระวังข้างทาง – เพราะกวางเป็นอะไรที่จะชอบพุ่งออกมาจากข้างทาง เพื่อข้ามถนนเป็นประจำ โดยไม่สนว่าจะมีรถมาหรือไม่ ดังนั้นอย่าขับเร็วเกินไป เพื่อที่จะได้เบรกทันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 

ทั้งหมดนี่ก็คือหลักสังเกตุง่าย ๆ เพื่อระวังน้องกวาง ที่เราสามารถทำได้เพื่อให้ไม่เกิดอุบัติเหตุเวลาขับรถเที่ยวในฮอกไกโด ใครอยากอ่านเพิ่มเติมก็มีโบรชัวร์ให้ดูแต่เป็นภาษาอังกฤษนะ ได้ที่นี่เลยค่ะ

แต่ที่ดีที่สุดคือ อย่าขับเร็วเกินที่กำหนดเพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยลดความรุนแรงได้ด้วย เพราะที่อิชั้นชนมานี่ก็บอกได้เลยว่า ถ้าไม่เพราะขับช้าตามกฎหมายกำหนด รถก็คงได้หมุนติ้วลงข้างทางตอนชนกวางและน้องกวางก็คงจะตาย ไม่แค่เจ็บตัวแน่ ๆ 

ราคาค่าซ่อมรถ เวลาชนกับกวาง แพงมากก เรียกว่าหมดตัวกันเลยทีเดียว

ด้วยวิวสวย ๆ อากาศดี ๆ ยามพระอาทิตย์ตก แสงสีส้มอาบท้องฟ้าตัดไปด้วยภาพเงาของภูเขาเบื้องหน้า พร้อมท้องทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา ทำให้ประมาทและลืมเรื่องกวางไป เพราะที่ชั้นชนมานี่ก็สองข้างทางคือทุ่งหญ้า ก็ไม่คิดว่าจะมีกวางโผล่มา ถ้าท้องฟ้ายังมีแสงก็คงเห็นตัวไปแล้วแต่ด้วยช่วงเย็น ห้าโมง ฟ้ามืดแล้ว ทำให้มองไม่เห็นกวางที่โผล่พรวดมาจากข้างทางฝั่งตรงข้าม เห็นอีกทีก็กลางเลนฝั่งตรงข้าม ทำให้เบรกไม่ทัน ทำได้แค่ชะลอรถและชนโครมไปอย่างจัง กวางก็กลิ้งไปข้างทาง แล้วก็รีบลุกหนีหายไปยังทุ่งหญ้าข้างทางอย่างไว พร้อมฝากรอยเขาและรอยบุบไว้ที่ฝากระโปรงหน้าเป็นที่ระลึก 

เคราะห์ดีที่รถยังขับต่อได้ และตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกใด ๆ จากอุบัติเหตุครั้งนี้ ก็มีเพียงใจดวงน้อย ๆ ของสามีที่บอบช้ำจากการที่รถเพิ่งออกใหม่ต้องมามีรอยบุบ แถมค่าซ่อมยังแพงมหาโหดเพราะเป็นรถยุโรป ถึงขั้นทำนางนอนไม่หลับทั้งที่ปกตินางเป็นคนหลับง่ายหลับแต่หัวค่ำ น่าสงสารที่สุด แต่นางไม่โกรธใส่เราและยังบอกว่าเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับเราในการขับรถอีกด้วย หือ จะหาสามีน่ารักอย่างนี้ได้ที่ไหน ใครหาได้แล้วรักษาไว้ดี ๆ ค่ะ (ค่าซ่อมฝากระโปรงหน้ารถ โดนไป 350,000 เยน สากุมขมับเลยจ้า) 

ก็ขอให้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ต้องเจอกับน้องกวางแบบนี้นะ 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก Hokkaido Regional Development Bureau website

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *